| H0ME |
| F0NTL0ADS |
| F0NTICLES |
| F0NTF0RUM |
| F0NTAB0UT |
![]() |
| H0ME | F0NTL0ADS | F0NTICLES | F0RUM | AB0UT | 20 มกราคม 2548 โดย ไอ้แอนนนนน |
| ต้องบอกก่อนนะครับว่าบทความชิ้นนี้ผมไม่ได้เขียนเอง แต่คัดลอกมาจากเว็บไซต์ Freemac.net ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของการสร้างเว็บนี้ขึ้นมาด้วยล่ะ ผมเห็นว่าเรื่องแบบนี้ยังเป็นที่สงสัยของผู้ใช้อีกมาก เลยต้องถือวิสาสะนำเรื่องนี้มาประกาศไว้ในวงกว้างซะเลย (หวังว่าท่านเจ้าของบทความคงดีใจและอนุญาตครับ) ..ต้องขอขอบคุณคุณ PSK_Type ผู้นำมาเผยแพร่ และ นายฝากคิด ช่วยพิจจารณา เจ้าของบทความครับ (ชื่อเค้าสะกดยังงี้จริงๆ นะ) | |
![]() (บทความที่ 1 ไม่มีชื่อเรื่อง) |
เรียน ท่านผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกท่านด้วยความเคารพ |
แปลกแต่จริง เกิดขึ้นแล้ว ที่....ประเทศไทย ![]() |
หากพวกเรายังจำได้ ประมาณเดือนเมษายนปี 2002 ได้เกิดปัญหาที่กล่าวขวัญกันมากที่สุดในเวลานั้น สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการออกแบบ นั่นคือการที่ บริษัท พี เอส แอล ออกมาเรียกร้องถึงสิทธิที่เขาถูกละเมิดมาเป็นเวลานาน ในขณะนั้น ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการการออกแบบตัวพิมพ์หลายท่าน ออกมาให้ความเห็น ในแง่มุมต่างๆ กันไป ภายใต้การต่อต้าน คัดค้านอย่างหนักจากร้านพิมพ์และโรงพิมพ์ ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นรุนแรงเกินไป ตั้งแต่ไล่ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ จนถึงบางคนต้องเข้าไปนอนในตาราง บาดแผลครั้งนั้นยังฝังใจทุกคนมาตราบเท่าทุกวันนี้ ในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงเล็ดลอดมาจากทางฝั่ง บริษัท พี เอส แอล ว่า นั่นไม่ใช่เจตนาของเขา ในการที่จะทำให้ผู้ประกอบการร้านพิมพ์ หรือโรงพิมพ์ ต้องเดือดร้อนกับสิ่งที่บริษัทฯ ได้ออกมาเคลื่อนไหว เขาบอกว่า บริษัทฯ ต้องการเพียงเพื่อจะให้ทุกคนเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน และบริษัทฯ จะสามารถแก้ปัญหา และให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้ตัวพิมพ์ในชุดของบริษัทฯ นัยว่าเพียงเพื่อต้องการทราบฐานข้อมูลลูกค้าเท่านั้น หากแต่สำนักงานทนายความที่ บริษัทฯ พี เอส แอล เลือกใช้บริการนั้น ไม่ได้ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของบริษัท พี เอส แอล ทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ระหว่าง บริษัทฯ และผู้ใช้แบบตัวพิมพ์ในชุดดังกล่าว บ้างว่ากระทำเกินเหตุ บ้างว่าเป็นเหมือนโจรฯ ทั้งนี้ก็สุดแท้แต่ผู้ที่ประสบเหตุ ว่ารุนแรงขนาดไหน โหดร้ายเพียงใด นั่นก็เป็นกรณีพิพาท ถึงขั้นขึ้นโรง ขึ้นศาล (ด้วยความเคารพ ตรงนี้คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่และดุลยพินิจของศาล) แต่ในขณะนั้น ได้มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ ได้ออกมาประกาศแก่สาธารณะชนว่า "ฟอนต์ ไม่มีลิขสิทธิ์" ผมพอจะเข้าใจในความปรารถนาดีของท่าน นัยว่าจะได้ยุติปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ในทางกลับกัน ท่านกลับทำให้ปัญหาดังกล่าวรุนแรงขึ้น และสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้ (จะใช้คำว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ นั้นจะเหมาะสมกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ แต่ก็เป็นคำที่ดีที่สุดในเวลานี้ที่จะหยิบมาใช้ได้) เพราะนั่นได้นำความสับสนเป็นอย่างมากมาสู่สังคม และในที่สุด ท่านผู้ใหญ่ท่านนั้น ได้เป็นผู้สร้างกระแสให้ผู้คนส่วนใหญ่ที่ใช้ชุดตัวพิมพ์ของ บริษัท พี เอส แอล ละเมิดสิทธิ์ในแบบตัวพิมพ์ชุดดังกล่าวมากขึ้น และลุกลามไปอย่างรวดเร็ว จนในปัจจุบันนี้ได้ส่งผลให้ชุดตัวพิมพ์ในตระกูลอื่นไร้ซึ่งลิขสิทธิ์ไปด้วย ที่แท้แล้วในขณะนั้น หากท่านจะแก้ใขปัญหาให้ตรงจุด ควรเรียกทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน และรับรู้ทุกข้อมูลด้วยความเป็นกลาง แล้วหาข้อสรุปที่ถูกต้อง แต่ท่านกลับออกมาพูดโดยใช้ความรู้สึกส่วนตัว ไม่ได้ใช้ข้อมูลในเชิงวิชาการ และการที่ท่านบอกว่า รูปแบบตัวอักษรไทยนั้นเป็นสมบัติของชาติ หาใช่ของผู้หนึ่งผู้ใดไม่ เพียงแค่การที่ผู้สร้างสรรค์นั้นนำรูปแบบที่เป็นสมบัติของชาติมาดัดแปลง ให้เส้นโค้งบ้าง หรือแอ่นบ้างนั้น ไม่ถือเป็นการสร้างสรรค์ ฉะนั้นจึงไม่ควรมีลิขสิทธิ์ ถ้าจะนำข้อนี้มาพิจารณาให้ถ้วนถี่แล้ว เป็นเรื่องที่น่าขันมาก เพราะการที่ท่านบอกว่าการนำรูปแบบอักษรไทยซึ่งเป็นสมบัติชาติมาดัดแปลงไม่ก่อให้เกิดลิขสิทธิ์ ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด การที่ศิลปินวาดภาพเหมือนที่เป็นภาพธรรมชาติ เช่น ภูเขา น้ำตก หรือสิ่งอื่นใดอันเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ภาพเขียนนั้นก็ไม่ควรจะมีลิขสิทธิ์ไปด้วย เพราะต้นแบบของภาพเหล่านั้นยิ่งกว่าสมบัติของชาติเสียอีก เพราะนั่นเป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติ ของคนทั้งโลก (ด้วยความเคารพ ที่ยกตัวอย่างแบบนี้เพียงเพื่อต้องการให้เห็นภาพชัดขึ้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาจะลบหลู่ศิลปินท่านใดๆ) วันนี้คงฝากประเด็นไว้ให้ช่วยคิดต่อกันเท่านี้ และวันหน้าผมจะมาพูดถึงในแง่ของกฏหมายกันบ้าง ว่าฟอนต์ในทางกฏหมายแล้วควรจัดอยู่ในการคุ้มครองในประเภทใด ด้วยความเคารพอย่างสูง นายฝากคิด ช่วยพิจจารณา |
น้ำ กับ ฟอนต์ ความเหมือนในมิติที่แตกต่าง... ![]() |
สวัสดีครับ กระผมนายฝากคิด ช่วยพิจจารณา |